โคตรมั่นใจ! “เฮนโด้” มั่นใจ “คล็อปป์” ช่วยอ็อกซ์เค้นฟอร์มเก่ง

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีม ลิเวอร์พูล โคตรสโมสรแห่ง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มั่นใจ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะสามารถเค้นฟอร์มของ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน มิดฟิลด์ตัวใหม่ป้ายแดง

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ช่วงนี้ตลาดการซื้อขายนักเตะได้ปิดตัวลงไปแล้ว และก็ได้มีแข้งระดับโลกย้ายทีมกันสนั่นวงการมากมาย และในส่วนของ ลิเวอร์พูล เพิ่งคว้าแข้งอาร์เซน่อลมาหมาดๆ อย่าง อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน มิดฟิลด์ตัวใหม่ จอร์แดน แฮนเดอร์สัน เผยว่า มั่นใจสุดๆ กับการทำงานของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่จะสามารถงัดฟอร์มอันร้อนแรงของแข้งรายใหม่นี้ออกมาได้แน่นอน

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

แชมเบอร์เลน เพิ่งย้ายจาก อาร์เซน่อล มาร่วมถิ่นแอนฟิลด์ ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์ (1,575 ล้านบาท) ในช่วงซัมเมอร์ หลังจากแข้งทีมชาติอังกฤษ ตกเป็นเป้าหมายของหลายสโมสร รวมถึงได้รับข้อเสนอสัญญาฉบับใหม่จาก “ไอ้ปืนใหญ่” แต่สุดท้ายแล้วก็เลือกย้ายมา ลิเวอร์พูล และ เฮนเดอร์สัน ก็มั่นใจว่า คล็อปป์ จะดึงเอาสิ่งที่ดีที่สุดออกมาจากแข้งวัย 24 ปี

สำหรับแฟนบอลท่านใดกลัวพลาดข่าวสาร ข่าวกีฬา ข่าวฟุตบอล ผลบอลสด ผลบอลเมื่อคืน ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ไม่ต้องเป็นห่วง เพียงทุกท่าน ติดตาม กดไลค์ กดแชร์ เพจของพวกเรา แล้วพวกเราจะนำข่าวสด ข่าวใหม่ อัพเดททุกวัน ไปไว้บนหน้าจอของทุกท่านแน่นอน

เกือบสำเร็จ! มาชม 5 แข้งที่ล่าตาข่ายได้เกือบถึง 100 ในศึกพรีเมียร์ลีก

มาดูกันว่า 5 สุดยอดกองหน้าที่ทำประตูกันเป็นว่าเล่น แต่ได้ไม่ถึง 100 ประตู ในเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จะมีใครบ้าง

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สุดยอดกองหน้าที่เคยสร้างชื่อเสียงด้วยการทำประตูอย่างมากมายก่อนที่จะเลิกชีวิตค้าแข้ง

1. เอ็มมานูเอล อเดบายอร์
ยิงได้ในพรีเมียร์ลีก : 97 ลูก
สังกัดสโมสร : อาร์เซนอล, แมนฯ ซิตี้, สเปอร์ส, คริสตัล พาเลซ

 

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

2. ยาคูบู
ยิงได้ในพรีเมียร์ลีก : 95 ลูก
สังกัดสโมสร : พอร์ทสมัธ, มิดเดิลสโบรห์, เอฟเวอร์ตัน, แบล็คเบิร์น

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

3. รุด ฟาน นิสเตลรอย
ยิงได้ในพรีเมียร์ลีก : 95 ลูก
สังกัดสโมสร : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

4. ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ
ยิงได้ในพรีเมียร์ลีก : 94 ลูก
สังกัดสโมสร : ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ส, แมนเฯ ยูไนเต็ด, ฟูแลม

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

5. เควิน ฟิลลิปส
ยิงได้ในพรีเมียร์ลีก : 92 ลูก
สังกัดสโมสร : ซันเดอร์แลนด์, เซาธ์แฮมป์ตัน, แอสตัน วิลลา, เบอร์มิงแฮม, คริสตัล พาเลซ

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

สำหรับแฟนบอลท่านใดกลัวพลาดข่าวสาร ข่าวกีฬา ข่าวฟุตบอล ผลบอลสด ผลบอลเมื่อคืน ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ไม่ต้องเป็นห่วง เพียงทุกท่าน ติดตาม กดไลค์ กดแชร์ เพจของพวกเรา แล้วพวกเราจะนำข่าวสด ข่าวใหม่ อัพเดททุกวัน ไปไว้บนหน้าจอของทุกท่านแน่นอน

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นสุดยอดลีกฟุตบอลในระดับสูงสุดของประเทศ อังกฤษ

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ก่อตั้งในปี พ.ศ.2535 ภายใต้การบริหารของสมาคมฟุตบอลอังกฤษ การแข่งขันพรีเมียร์ลีกเป็นที่รวมของ 20 สโมสรฟุตบอลในระดับสูงสุดของอังกฤษเข้าด้วยกัน

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เดิมฟุตบอลลีกแห่งนี้ ใช้ชื่อว่า ฟุตบอลลีกดิวิชันหนึ่ง ซึ่งมีจัดการแข่งขันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2431 (ค.ศ. 1888) และถือว่าเคยเป็นลีกฟุตบอลที่ยาวนานที่สุดในโลก โดยในปี พ.ศ. 2535 ในฤดูกาล 1992-93 ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นจาก รูเพิร์ธ เมอร์ด็อก (Rupert Murdoch) นักธุรกิจสื่อสารรายใหญ่เจ้าของเครือข่ายสถานีโทรทัศน์สกาย (BSkyB) พยายามผลักดันให้สโมสรฟุตบอลที่จะลงแข่งขันในดิวิชันหนึ่งประจำฤดูกาล 1992-93 ถอนตัวออกมาจัดตั้งเป็นพรีเมียร์ลีกทำให้ฟุตบอลลีกสูงสุดของอังกฤษที่มีอายุ
104 ปี ต้องยุติลง ขณะเดียวกันทางฟุตบอลลีกเดิมได้เปลี่ยนชื่อจาก ดิวิชันสอง มาเป็น ดิวิชันหนึ่งและดิวิชันอื่นได้เปลี่ยนตามกันไป

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

 

ในช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่วงการฟุตบอลอาชีพของอังกฤษตกต่ำอย่างมาก เกิดเหตุการณ์หลายอย่าง ไม่ว่าเรื่องของสนามกีฬาที่มีปัญหาเหตุการณ์อันธพาลลูกหนัง หรือที่เรียกว่าฮูลิแกน ทำลายภาพลักษณ์ของฟุตบอลอังกฤษไฟไหม้อัฒจันทร์ วันที่ 11 พฤษภาคม
พ.ศ.2528 ที่สนามฟุตบอลของสโมสรฟุตบอลแบรดฟอร์ดซิตีในระหว่างการแข่งขัน มีผู้เสียชีวิต 56 คน เหตุการณ์วันที่ 15 เมษายน พ.ศ.2532 ที่สนามฟุตบอลฮิลส์เบอโรของสโมสรฟุตบอลเชฟฟิลด์เวนส์เดย์ มีผู้คนเหยียบกันเสียชีวิตกว่า 96 คน นอกจากนี้โศกนาฏกรรมเฮย์เซลที่มีผู้เสียชีวิต 39 คน ทำให้ยูฟ่าสั่งห้ามไม่ให้สโมสรจากอังกฤษเข้าร่วมการแข่งขันชิง
ถ้วยสโมสรในยุโรปเป็นเวลา 5 ปี

หลายเหตุการณ์ทำให้แฟนฟุตบอลไม่สามารถชมการแข่งขันได้อย่างสงบสุข เนื่องด้วยกลัวจะโดนลูกหลงประกอบกับสภาพสนามที่ย่ำแย่ ทำให้รายได้ของสโมสรจากค่าผ่านประตูซึ่งเป็นรายได้หลักได้ลดลงอย่างมาก มีเพียงสโมสรชั้นนำไม่กี่แห่งเท่านั้นที่ยังคงมีกำไร ในฤดูกาล 1986-87 ทุกสโมสรฟุตบอลมีกำไรสุทธิรวมเพียง 2.5 ล้านปอนด์ พอถึงฤดูกาล 1989-90
รวมทุกสโมสรขาดทุน 11 ล้านปอนด์ ทำให้นายทุนไม่กล้าจะเข้ามาลงทุนในธุรกิจกีฬาอาชีพนี้อย่างเต็มที่หลายสโมสรในช่วงนั้นมีข่าวว่าใกล้จะล้มละลาย

รัฐบาลอังกฤษได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้น โดยผลการไต่สวนซึ่งเรียก
ว่า รายงานฉบับเทย์เลอร์ (Taylor Report) ได้กลายมาเป็นเอกสารสำคัญนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการฟุตบอลอังกฤษ เพราะกำหนดให้ทุกสโมสรต้องปรับปรุงสนามแข่งขันแต่ท่ามกลางสถานะทางการเงินที่ไม่มั่นคงเพราะรายได้ลดลงอย่างมาก สโมสรเล็กบางแห่งซึ่งมีผู้ชมน้อยอยู่แล้วจึงใช้วิธีปิดตายอัฒจันทร์ยืนส่วนสโมสรใหญ่ที่ฐานะการเงินดีกว่าก็ประสบปัญหาเช่นกัน เพราะไม่อาจใช้วิธีเลี่ยงปัญหาแบบสโมสรเล็กได้

รัฐบาลอังกฤษต้องเข้าช่วยเหลือโดยลดค่าธรรมเนียมหรือภาษีธุรกิจพนันฟุตบอล
นำเงินส่วนนี้มาตั้งกองทุนฟุตบอลจำนวน 100 ล้านปอนด์ ให้ฟุตบอลลีกเป็นคนจัดสรรให้สโมสรฟุตบอลซึ่งเป็นภาคีสมาชิกทั้ง 96 สโมสร นำไปพัฒนาปรับปรุงสนามแข่งขันของตนเอง แต่งบประมาณเท่านี้ต้องนับว่าน้อยมากหากนำมาเฉลี่ยอย่างเท่ากันแล้วจะได้รับเงินเพียงสโมสรละ 1.08 ล้านปอนด์เท่านั้น ขณะที่สโมสรฟุตบอลชั้นแนวหน้าของลีกต้องใช้เงินในการณ์นี้สูงถึงกว่าสิบล้านปอนด์ สโมสรใหญ่ในดิวิชันหนึ่งจึงกดดันฟุตบอลลีกจัดสรรเงินให้มากกว่าสโมสรเล็กเพราะหากไม่เสร็จทันตามกำหนดอาจจะถูกถอนใบอนุญาตได้

สำหรับแฟนบอลท่านใดกลัวพลาดข่าวสาร ข่าวกีฬา ข่าวฟุตบอล ผลบอลสด ผลบอลเมื่อคืน ไฮไลท์ฟุตบอล โปรแกรมบอล ไม่ต้องเป็นห่วง เพียงทุกท่าน ติดตาม กดไลค์ กดแชร์ เพจของพวกเรา แล้วพวกเราจะนำข่าวสด ข่าวใหม่ อัพเดททุกวัน ไปไว้บนหน้าจอของทุกท่านแน่นอน

รับชมข่าวสารฟุตบอล ผลบอลสด ไฮไลท์ฟุตบอล เพิ่มเติม จิ้มไปที่นี่เลยนะจ๊ะ! Buaksib